หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ชนะใจตน คือชนะมาร (ขันธมาร)  (อ่าน 2393 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
กบ บัวผลิหน่อผู้เริ่มหัวข้อนี้
บัวผลิหน่อ-Op
Hero Member
******

คะแนนความดี: 589
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 710

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for phuketfcfanclub.com Level 21 : Exp 62%
HP: 0.3%

กบ ราด..รี


ดูรายละเอียด อีเมล์
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 03, 2553, 02:07:12 PM »

ชนะใจตน  คือชนะมาร
โดย  พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก  เจ้าอาวาสวัดสุนันทวนาราม  อ. ไทรโยค  จ. กาญจนบุรี
จากหนังสืออยู่เย็นเป็นสุข
     

สำหรับพวกเราทุกคน จริงๆ แล้วคนที่ตั้งใจจะทำความดีก็มีอยู่มาก  บางช่วงเวลาก็ตั้งใจทำความดีเป็นพิเศษ  ทำความดีถวายในหลวง  รักษาศีล ๘ ในวันพระ  รักษาศีล  ปฏิบัติธรรมช่วงเข้าพรรษา  เป็นต้น  แต่หลายคนคงรู้สึกว่า  การทำความดี  ทำได้ยาก  แม้เพียงแค่กำหนดรู้ลมหายใจเข้า  ลมหายใจออก  ทำใจสงบต่อเนื่องกัน  สักแค่ ๑๕ นาที ๒๐ นาที  ก็ทำได้ยาก  เพราะมีมารมาขวางกั้นการทำดี
?มาร?  คืออุปสรรคกีดขวางไม่ให้เกิดความดี  ตามหลักพุทธศาสนา  มีมาร ๕ อย่าง ได้แก่  ขันธมาร  กิเลสมาร  อภิสังขารมาร  เทวบุตรมาร  และมัจจุราชมาร

๑. ขันธมาร   เราเกิดเป็นมนุษย์มีขันธ์ ๕ ขันธ์  ร่างกายของเราที่กว้างศอก  ยาววา  หนาคืบ  เรียกว่า  รูปขันธ์
ส่วนจิตใจ  เรียกว่า  นามขันธ์  ประกอบด้วย

เวทนาขันธ์คือ   ความรู้สึกทุกข์  สุข  เฉยๆ
สัญญาขันธ์คือ  ความจำได้หมายรู้ เช่น เห็นแก้วน้ำ  ก็จำได้ว่าสิ่งนี้  ใช้สำหรับใส่น้ำดื่ม  เห็นปากกาก็จำได้ว่าใช้สำหรับเขียนหนังสือ  เป็นต้น  
สังขารขันธ์คือ  การนึกคิดปรุงแต่งขึ้นมา เช่น เห็นผู้หญิงสวยๆ  แล้วก็คิดปรุงแต่งอยากจะเป็นแฟนกับเขา
วิญญาณขันธ์   คือ  การรับรู้ทางตา  หู  จมูก  ลิ้น  กายและใจ

การที่เราตั้งใจนั่งสมาธิ  กำหนดรู้ลมหายใจเข้า  ลมหายใจออกเพียงแค่ ๒๐ นาที ก็อาจทำได้ยากเพราะมีขันธมารเป็นอุปสรรค เช่น  
รูปขันธ์   คือร่างกายที่หิวข้าว  หิวน้ำ  ต้องการจะขับถ่าย  หรือบางครั้งก็เจ็บป่วย  หายใจไม่สะดวก  เป็นต้น

เวทนาขันธ์   รู้สึกร้อนไป  หนาวไป  แมลงกัดต่อยรู้สึกคัน  นั่งแล้วรู้สึกปวดเมื่อย  เป็นต้น

สัญญาขันธ์   เมื่อตั้งใจทำใจสงบ  สัญญาคือความทรงจำต่างๆ จากอดีต  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น  หรือเหตุการณ์ที่ผ่านมานานแล้ว  ทั้งเรื่องที่น่าพอใจและไม่น่าพอใจก็มักจะเข้ามารบกวนจิตใจ  ทำให้ไม่สามารถมีสติระลึกรู้ลมหายใจได้

สังขารขันธ์   คือจิตใจที่คิดปรุงแต่งไปต่างๆ นานา  เช่น  พรุ่งนี้จะทำอะไร  งานที่จะต้องทำให้เสร็จมีอะไร  เป็นต้น  การนึกคิดปรุงแต่งเหล่านี้ทำให้จิตใจไม่สงบ  และไม่ตั้งมั่นอยู่กับลมหายใจ

วิญญาณขันธ์   เมื่อเราตั้งใจกำหนดลมหายใจ  เราต้องการรับรู้แต่ลมหายใจเพียงอย่างเดียว  แต่การรับรู้ทางตา  หู  จมูก  ลิ้น  กาย  ใจ  ก็เข้ามาหมด  เช่น  ได้ยินเสียง  ได้กลิ่น  เกิดความรู้สึกต่างๆ  ทางกาย  และรับรู้อารมณ์ทางใจ

โดยสรุปก็คือ  เมื่อจะนั่งสมาธิ  กำหนดรู้ลมหายใจเข้า  ลมหายใจออกติดต่อกันต่อเนื่องกันเพียงระยะสั้นๆ  ก็ทำสำเร็จได้ยาก  เพราะเพียงมีแต่ขันธ์ ๕ เป็นมาร เป็นอุปสรรค
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 04, 2553, 04:21:02 PM โดย กบ-ราชบุรี »
บันทึกการเข้า

" การไม่ทำชั่วทั้งปวง  การทำแต่กุศลคือความดี
การทำจิตให้ผ่องใส  นี้เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย "
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: